Pratabong Academy

Cool Kids

ปิ่นธิศา นิสากรเสน

ปิ่นธิศา  นิสากรเสน  (ปิ่น )
ความมั่นใจ...ชนะทุกสิ่ง

Pin_2

ตอนเย็นของต้นเดือนมิถุนายน  ในวันที่ฝนเริ่มตกปรอยๆ  เด็กสาวหน้าตาดีร่างสูงโปร่ง พร้อมกับคุณแม่  ได้ก้าวเข้ามายังโรงเรียนคุณครูภูมิเทพ   เป็นคู่แม่ลูกที่เรียกได้ว่า ติดกันเป็นตังเม หรือเปรียบเสมือนเงาติดตามตัว  ที่ทุกคนในโรงเรียนเห็นภาพนี้กันจนชินตา  เธอชื่อ  ปิ่นธิศา  นิสากรเสน หรือชื่อเล่น ปิ่น   นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล  เธอแวะมาที่โรงเรียนคุณครูภูมิเทพในวันนี้  เพื่อมาร่ำลาคุณครูทุกคน  ไปเข้าหอพักของมหาวิทยาลัย และเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนหนัก  ตามวิถีชีวิตของนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ทุกคน

 

คอลัมน์  Congratutation      ไม่ปล่อยโอกาสดีๆที่เข้ามาหาให้หลุดมือไป  รีบคว้า น้องปิ่น ว่าที่คุณหมอคนสวย มาจับเข่าคุย อย่างทันทีทันใดเช่นเดียวกัน   เรื่องราวชีวิตก่อนจะสอบติดหมอของปิ่น  น่าสนใจเป็นที่สุด  รับรองว่าอ่านแล้ว ทำให้ใครหลายๆคนที่ฝันสลายไปแล้วนั้น  ฝันจะกลับมาโชติช่วงชัชวาลอีกรอบอย่างแน่นอนค่ะ  \('-' \)\( ' - ' )/(/ '-')/ 

 

ชีวิตวัยเรียน ตั้งแต่ประถม-มัธยมปลาย  ปิ่น เรียนที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา  เธอจัดว่าเป็นคนเรียนดีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นนักเรียนดีเด่น ที่ได้รับเกียรติบัตรนักเรียนเรียนดี ตลอด 11 ปีเต็ม  ของการเรียนที่นี่  นั่นหมายถึงว่า ได้เกรดเฉลี่ย 3.8 ขึ้นไปตลอดมา

 

ปิ่น  บอกว่า โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ  เป็นโรงเรียนที่เน้นการสอนแบบให้นักเรียนรู้จักใช้ชีวิตมากกว่าเรียนหนังสือ  จึงไม่เด่นเรื่องวิชาการมาก แต่จะเน้น หรือฝึกให้นักเรียนทำกิจกรรม  ที่ใช้ชื่อว่า "กิจกรรมอิสระพัฒนาคน"  ซึ่งเปิดสอนจำนวน  2 คาบ ใน 1 สัปดาห์  จะมีเรียนเกี่ยวกับศิลปะ  จัดดอกไม้ ทำอาหาร วาดรูป  เรียนเต้น เล่นดนตรีไทย ฯลฯ

 

" ที่นี่จะจัดกิจกรรมเยอะมาก จัดกันทุกห้องก็ว่าได้ แต่ละห้องก็จะแข่งกันทำกิจกรรม แบบไม่ยอมแพ้ให้กันอย่างเด็ดขาด  เรียกว่าจัดเต็มกันทุกกิจกรรม  ไม่ยอมน้อยหน้าให้กันเลย  บางครั้งเงินที่ทางโรงเรียนจัดให้ไม่พอ พวกเราก็จะลงขันกันเอง  จนทางโรงเรียนต้องประกาศห้าม ลองคิดดูซิคะว่ากิจกรรมใหญ่ขนาดไหน   สำหรับหนู เลือกเรียนร้องเพลง เปียนโน และไวโอลิน ค่ะ ”   ปิ่นเล่า ด้วยอารมณ์ที่ยังสนุกกับกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดหามาให้

 

อย่างไรก็ดี ความสนุกสนานกับการทำกิจกรรมในโรงเรียนของเธอเริ่มแผ่วลง เมื่อเข้าสู่การเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย  เพราะมีเป้าหมายใหญ่รออยู่ข้างหน้าที่ไม่ไกลมาก นั่นคือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัย 
“ ความเครียดเริ่มมาเยือนหนูเลย  กับคำถามของตัวเอง และคนรอบข้างว่า จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะอะไร เพราะตอนนั้น หนูยังให้คำตอบกับตัวเอง และคนรอบข้างไม่ได้  จำได้แต่ว่า ตอนเด็กๆ หนูอยากเป็นหมอ  คือว่าไปหาหมอแล้วชอบ  เวลาที่คุณครูถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร  หนูก็จะตอบว่า เป็นคุณหมอตลอด  พอต้องเลือกจริงๆ  เลยเครียด  อาจจะเป็นเพราะว่า หนูคงยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับตัวเอง “   ปิ่น ระบายถึงความรู้สึก ของเด็กวัย ม.ปลาย  ที่เชื่อว่า ทุกคน จะต้องเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ 

pin3

สำหรับปิ่นเอง เธอบอกว่า  ได้ให้เวลาเพื่อค้นหาความต้องการของตัวเอง ตอนเรียน ม. 4 ทั้งปี  พบว่าอยากเรียนหมอ ยังอยู่ในใจแบบติดพันมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่ก็แกว่งไปทางคณะสถาปัตย์  เมื่อพบว่า ตัวเองชอบวาดรูปมาก  แต่เมื่อช่วงไหนที่ติดละคร และมีภาพยนตร์ดีๆ ให้ดู ก็อยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์  เพราะอยากเป็นผู้กำกับ.... (._.?) 

แต่ในที่สุดแล้ว  เธอก็ฟันธงเลือกคณะแพทยศาสตร์  เป็นคณะในฝัน  ที่จะต้องสอบเข้าไปเรียนให้ได้ !!!
“ เมื่อตัดสินใจเลือกคณะที่จะเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  คุณแม่ก็กระโดดลงมาเป็นตัวช่วยเต็มที่ ( เพราะว่าคุณแม่แอบลุ้นให้คุณลูกเลือกคณะแพทย์อยู่เหมือนกัน )  นั่นก็คือ  หาสถานที่เรียนเพิ่มเติม นอกเหนือจากโรงเรียน เพื่อเตรียมพร้อมสอบเข้าแพทย์  คุณแม่บอกว่า คนที่น่าจะสอนเราได้ดีที่สุด และมีโอกาสสอบติดคณะแพทย์มากที่สุด ก็คือ ไปติวกับคนที่เป็นแพทย์จริงๆ   ก็ไปติววิชาเคมี ฟิสิกส์ แล้วก็เลข กับคุณหมอท่านหนึ่ง  แต่โชคร้ายมาก ที่คุณหมอท่านนี้ เก่งและถนัดแต่วิชาฟิสิกส์  เวลาไปเรียนทั้ง 3 วิชาส่วนใหญ่เลยเน้นสอนแต่ฟิสิกส์วิชาเดียว “    ปิ่นเล่าว่า เธอไปเรียนติวกับคุณหมออยู่นาน ได้แต่วิชาฟิสิกส์  และตกวิชาเลขตลอดการเรียน ม. 4 -5 ซึ่งส่งผลให้เธอไม่ชอบวิชาเลขตามมา ความรู้สึกประมาณว่า เมื่อไหร่ที่เรียนเลข ดูเหมือนว่า เวลามันช่างเนิ่นนานเสียเหลือเกิน

“ ความรู้สึกตอนนั้นเริ่มท้อ  เพราะคิดว่า คงสอบแพทย์ไม่ติดแล้วแน่นอน เพราะจะสอบเข้าคณะนี้ได้ ต้องเก่งเลข หรืออย่างไม่เก่งมาก ก็จะต้องรู้เรื่องเลขในระดับหนึ่ง แต่เมื่อมาประมวลความรู้เกี่ยวกับวิชาเลขที่ตัวเองมีอยู่ในหัว มันน้อยมากๆ  จนคิดว่าคงต้องเปลี่ยนคณะในฝัน เป็นคณะอื่น ที่ไม่ใช่คณะแพทย์แล้วล่ะ  แล้วจะเรียนอะไรดี ที่ไม่ต้องเจอวิชาเลข  ปรากฏว่า คณะนิเทศศาสตร์ ก็แทรกเข้ามา เป็นคณะในฝันคณะใหม่  เพราะว่าไม่ต้องสอบเลข  และค่อนข้างมั่นใจ เพราะว่าหนูเรียนภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี ก็คิดว่าใช้ภาษาอังกฤษนี่แหละทำคะแนนในการสอบ “

การเปลี่ยนแปลงคณะที่จะเรียน แบบหักมุมของปิ่น ในครั้งนี้  เธอบอกว่า  ไม่ได้รับเสียงคัดค้านจากคนในครอบครัวแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณแม่ ซึ่งพร้อมเป็นตัวช่วยที่ดีให้ลูกเสมอ
“ คุณแม่ไม่ได้ค้าน  ที่หนูอยากเปลี่ยนคณะเรียน  แต่หนูรู้สึกว่า คุณแม่ยังไม่ยอมท้อเหมือนหนู  เพราะว่าท่านยังหาครูติววิชาเลขให้อยู่  เพราะทุกครั้งที่คุณแม่เจอเพื่อนที่มีลูกเรียนพิเศษ คุณแม่ก็จะถามเรื่องการเรียนพิเศษวิชาเลขของลูกเพื่อนตลอด”

ปิ่นบอกว่า ชีวิตเธอเริ่มหักเหอีกครั้ง  เมื่อวันหนึ่ง คุณแม่ของเธอ ได้มีโอกาสคุยกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง ซึ่งนั่งติดกันบนรถไฟฟ้า  ผู้ปกครองท่านนั้น เล่าให้คุณแม่เธอฟังว่า ลูกของท่านเพิ่งสอบติดคณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  ด้วยคะแนนที่ค่อนข้างสูง เพราะว่าทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ค่อนข้างดี  และที่ลูกท่านเก่งเลข ก็เพราะว่า ไปเรียนมาจากโรงเรียนคุณครูภูมิเทพ  และผู้ปกครองท่านนี้ รู้จักโรงเรียนคุณครูภูมิเทพ ก็เพราะไปหาข้อมูลจากนักศึกษาแพทย์ ที่ศิริราช กับจุฬาฯ แล้วพบว่า คนที่สอบเข้ามาได้ ส่วนใหญ่เรียนเลขมาจาก โรงเรียนคุณครูภูมิเทพ แทบทั้งสิ้น

ข้อมูลที่ได้จากผู้ปกครอง ปิ่นบอกว่า ทำให้คุณแม่เธอเกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้ง  แต่วันนั้น ลืมถามไปว่า โรงเรียนคุณครูภูมิเทพอยู่ที่ไหน คุณแม่ก็พยายามหา และวันหนึ่งนั่งรถไฟฟ้าผ่านสถานีพญาไท ก็เห็นชื่อโรงเรียนคุณครูภูมิเทพ คุณแม่ก็บอกให้เธอรีบลงจากรถไฟฟ้า แล้วก็มาสมัครเรียนเลขทันที 

“ มาเรียนวันแรก  หนูทำไม่ได้เลย  แต่ที่นี่มีวิธีการสอนที่ดีมากค่ะ คือเอาโจทย์มาให้ แล้วอธิบายโจทย์ อธิบายเนื้อหาของโจทย์  ทำให้ค่อยๆเข้าใจ  เจอโจทย์ยากบ่อยๆ ก็กล้าทำมากขึ้น  ที่สำคัญก็คือ เริ่มเรียนเลขที่โรงเรียนเข้าใจ  เพราะเรียนง่ายกว่าที่โรงเรียนคุณครูภูมิเทพ  ตั้งใจเรียนประมาณ 1 เดือน  ก็บอกกับตัวเองว่า วิชาเลขกลับมาเป็นของเราแล้วล่ะ คราวนี้หนูเรียนมันทุกคอร์สที่เปิด ทั้งคอร์สแอดมิชชั่น  คอร์สติวเข้าแพทย์ กสพท. คอร์สตะลุยโจทย์  ยอมรับว่าพอเรียนมากขึ้น ก็เลยมีความมั่นใจมากขึ้น   เป้าหมายของคณะในฝันของหนูที่เปลี่ยนไป ก็กลับมาสู่คณะแพทยศาสตร์เหมือนเดิม” 

ความมั่นใจ มาพร้อมกับความมุ่งมั่น และตั้งใจ  ปิ่นใช้เวลาที่เหลือน้อยนิด ทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่  ในทุกวิชาที่จะต้องใช้สอบเข้าแพทย์ และหนักสุดก็คือ การหัดทำโจทย์เลขที่ยากๆ  ชนิดที่ท้าทายกับตัวเองว่า  ถ้าคิดไม่ออก คืนนี้ไม่ต้องนอน

และในที่สุดความมานะบากบั่น เรียกว่าเฮือกสุดท้ายของการเรียน ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อ กสพท.ประกาศผลสอบ ปรากฏว่า มีชื่อของ  นางสาวปิ่นธิศา  นิสากรเสน  สอบติดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล

“ ดีใจมาก  ดีใจสุดๆ และคิดว่า ตัวเองประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา  เพราะความสำเร็จครั้งนี้ เป็นความสำเร็จ ที่ครั้งหนึ่งแอบถอดใจเลิกหวังไปแล้ว  แต่เมื่อเราฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง  ความสำเร็จที่ว่ายากนักหนา เราก็คว้ามาอยู่ในมือจนได้”

ปิ่น ย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้  ต้องขอบคุณคุณแม่ ที่คอยให้กำลังใจ คอยฉุดรั้งไม่ให้ลูกยอมแพ้  ยอมเหน็ดเหนื่อยอยู่เป็นเพื่อนลูกตลอดเวลา ขอบคุณโรงเรียนคุณครูภูมิเทพ ที่ทำให้ปิ่นกลับมารักวิชาเลขอีกครั้ง  และโชคดีมากที่ยังเหลือเวลาให้หันมารักเลข  ประสบการณ์ครั้งนี้ เป็นความประทับใจที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้  ( ^_^)/U*U\(^_^ )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Top